หมายเลขเอกสาร : OJ-MM-001

แก้ไขครั้งที่ : 00

วันที่บังคับใช้ : 2/2/2018

ผู้จัดทำ : นางสาวขวัญทิชา ทับทิมเทศ

ตำแหน่ง :

ผู้อนุมัติ : นายดีภัก ทาราจิ

ตำแหน่ง : กรรมการผู้จัดการ

 


 


 

คู่มือการจัดการมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคม

และจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ

บริษัท โอชิ จิวเวลส์ จำกัด

 

 

 

 

 


 

สารบัญ

หัวเรื่อง

หน้า

บทนำ

3

วัตถุประสงค์

3

ขอบเขต

3

นิยามศัพท์

3

ข้อกำหนด

4

1.  ระบบการจัดการ

4

2.  แรงงานบังคับ

12

3.  เสรีภาพในการสมาคม และการเจรจาต่อรอง

12

4.  อาชีวอนามัย และความปลอดภัยในการทำงาน

12

5.  เด็ก และแรงงานผู้เยาว์

13

6.  ค่าจ้าง และสวัสดิการ

13

7.  ชั่วโมงการทำงาน

14

8.  การเลือกปฏิบัติ

14

9.  สภาพการจ้าง

15

10.                                            การล่วงละเมิด

15

11.                                            สิทธิในการทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

15

12.                                            สิ่งแวดล้อม

15

13.                                            จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ

16

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1.  บทนำ

บริษัท โอชิ จิวเวลส์จำกัด จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทในปี 2548 โดยบริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับที่มีประสบการณ์ และได้รับความไว้วางใจด้านคุณภาพ และบริการจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

                สำนักงานใหญ่และโรงงานผลิตของบริษัท โอชิ จิวเวลส์ จำกัด ตั้งอยู่ที่เลขที่ 860/34ซอยวัดจันทร์ใน (ประดู่ 40) ถนนเจริญกรุง ซอย 107 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลมจังหวัดกรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10120 โทรศัพท์ 02-688-5512, 02-688-5513 โทรสาร02-688-5514

 

2. วัตถุประสงค์

คู่มือการจัดการฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแม่บทในการดำเนินการตามนโยบายด้านความ

รับผิดชอบทางสังคมและจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น มาตรฐาน Sedex (ETI) และมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งทุกหน่วยงานต้องนำไปปฏิบัติให้สัมฤทธิ์ผลตามเจตนารมณ์ของมาตรฐาน

 

3. ขอบเขต

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพเป็นที่พึงพอใจต่อลูกค้าด้วย

กระบวนการผลิตและวิธีการทำงานที่ปลอดภัยต่อพนักงาน และสิ่งแวดล้อมและเพื่อแสดงความรับผิดชอบทางสังคมบริษัทจึงได้นำมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศมาใช้ในบริษัทฯ โดยมีขอบเขตครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกแผนกภายในบริษัทและครอบคลุมถึงห่วงโซ่อุปทาน ทั้งงานที่ว่าจ้างบริษัทผู้รับเหมาช่วงและแรงงานที่รับไปที่บ้านด้วย

 

4. นิยามศัพท์

1.   บริษัท หมายถึง บริษัทโอชิ จิวเวลส์ จำกัด

2.   การใช้แรงงานบังคับหมายถึง การจ้าง การกำหนดเงื่อนไขการว่าจ้าง หรือการมอบหมายให้

ทำงานโดยบุคคลนั้นไม่สมัครใจ ทั้งนี้ จะด้วยอาศัยวิธีการหรืออ้างเหตุผลเพื่อการลงโทษการหักหนี้ การข่มขู่ การเก็บยึดเอกสารแสดงตัวตนต้นฉบับ หรือวิธีการอื่นใดก็ตาม

3.   เด็ก หมายถึง เด็กที่มีอายุต่ำกว่า15 ปี

4.   ผู้เยาว์ หมายถึง เด็กที่อายุ15-18 ปี

5. ข้อกำหนด

1. ระบบการจัดการมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคมและสิทธิมนุษยชน

บริษัทตระหนักดีว่าพนักงานเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่งการมีระบบการจัดการด้านความรับผิดชอบ

ทางสังคม และสิทธิมนุษยชนที่ดีจะทำให้สิทธิของพนักงานได้รับการคุ้มครองและการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ทำให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีอันจะส่งผลให้เกิดการปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพบริษัทจึงมีความมุ่งมั่นต่อความรับผิดชอบทางสังคมเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทเป็นไปตามมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคมและบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทกำหนดไว้

1.1                           ความมุ่งมั่นของฝ่ายบริหาร

ผู้บริหารบริษัทมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาและปรับปรุงระบบการจัดการด้านความรับผิดชอบทางสังคม โดย

v มีการสื่อสารให้พนักงานทุกระดับเห็นความสำคัญของการปฏิบัติงานให้บรรลุข้อกำหนดนโยบาย กฎระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

v กำหนดนโยบายและวัตถุประสงค์

v ดำเนินการทบทวนระบบการจัดการเป็นประจำ

v จัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นให้เหมาะสมและเพียงพอ

 

1.2                           การกำหนดนโยบาย

ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทได้กำหนดและประกาศนโยบายด้านความรับผิดชอบทางสังคม เพื่อแสดงความมุ่งมั่นของบริษัทในการปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคมและกฎหมาย รวมถึงระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การปรับปรุงและพัฒนา  การทำงานอย่างต่อเนื่องการทบทวนและปรับปรุงนโยบายให้เหมาะสมอยู่เสมอ การกระจายและควบคุมนโยบายตลอดจนการสื่อสารให้พนักงานทุกระดับเข้าใจและปฏิบัติตาม

 

นโยบายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและความรับผิดชอบทางสังคม

บริษัทได้ตระหนักและให้ความสำคัญต่อสิทธิมนุษยชน และความรับผิดชอบทางสังคม โดยมุ่งมั่นในการ

ดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมที่แสดงให้เห็นถึงการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลรวมถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้รับความเคารพ บริษัทจึงกำหนดนโยบายเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติดังต่อไปนี้

v พนักงานทุกคนต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของบริษัทอันชอบด้วยกฎหมายตลอดจนปฏิบัติตามกฎหมายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

v จัดให้มีช่องทางการสื่อสารแบบสองทางเพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการปฏิบัติตนต่อ การเคารพสิทธิมนุษยชนรวมถึงให้พนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถแสดงความคิดเห็น สะท้อนปัญหาหรือแจ้งเบาะแสข้อร้องเรียนหากมีเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกี่ยวข้องต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน

v จัดให้มีกระบวนการตรวจสอบสอบสวนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนที่ได้รับแจ้ง พร้อมทั้งรายงานต่อผู้บริหารระดับสูงเพื่อดำเนินการบรรเทา หรือแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม

v ส่งเสริมและสนับสนุนให้หุ้นส่วนธุรกิจมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมแห่งการเคารพซึ่งกันและกัน

v บริษัทจะไม่เกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุนการใช้แรงงานเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี

v บริษัทจะไม่เกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุนการใช้แรงงานที่เกิดจากการบังคับ และไม่สมัครใจ

v บริษัทจะจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้กับพนักงานให้มีความปลอดภัยและถูกสุขอนามัย และจัดมีขั้นตอนในการป้องกันอุบัติเหตุ และการบาดเจ็บหรือเป็นภัยต่อสุขภาพที่เกิดจาก หรือเกี่ยวข้องกับการทำงาน

v บริษัทจะเคารพในสิทธิของพนักงานทุกคนที่จะรวมกลุ่มโดยเป็นการปฏิบัติตามแนวทางของกฎหมาย

v บริษัทไม่สนับสนุนการกีดกันหรือเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ ด้วยเหตุผลด้านเชื้อชาติ ชนชั้นวรรณะ สัญชาติ ศาสนา รสนิยมทางเพศความพิการ ความคิดเห็นทางการเมือง เพศ หรืออายุ

v บริษัทจะไม่เกี่ยวข้องหรือสนับสนุนใช้บทลงโทษทางร่างกายการข่มขู่คุกคามทางกาย และใจ การใช้วาจาที่รุนแรง

v บริษัทจะปฏิบัติกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องในเรื่องชั่วโมงการทำงาน วันหยุด วันลา และชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา

v บริษัทจะจ่ายค่าจ้างให้สอดคล้องอย่างน้อยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและเพียงพอต่อความต้องการขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิต

v บริษัทจะไม่เกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุนการจัดทำสัญญาจ้างเฉพาะแรงงาน ไม่เป็นธรรมต่อพนักงานหลักสูตรฝึกอบรมที่เป็นเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงภาระผูกพันต่อพนักงาน

v บริษัทมุ่งมั่นที่จะถือปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกำหนดและกฎหมาย หรือกฎระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง และให้ความเคารพต่อบทบัญญัติสากล

v บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงานและปรับปรุงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

v บริษัทจะสื่อสารให้พนักงานและหุ้นส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้เข้าใจ

v บริษัทจะทบทวนความเพียงพอความเหมาะสม ความมีประสิทธิผลของนโยบายบริษัท ระเบียบปฏิบัติและผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอเทียบกับข้อกำหนดมาตรฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงระบบตามความเหมาะสม และเป็นปัจจุบัน

 

นโยบายอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน

ด้วยบริษัทมีความห่วงใยต่อชีวิตและสุขภาพของพนักงานบริษัทจึงกำหนดนโยบาย เพื่อเป็นแนวทาง

ปฏิบัติดังต่อไปนี้

v บริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาชีวอนามัย และความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

v บริษัทจะปรับปรุงและป้องกันอันตรายจากอัคคีภัย เครื่องจักร ไฟฟ้าและอันตรายที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย และสุขภาพอนามัยของพนักงานรวมทั้งจะจัดให้มีการทบทวน และปรับปรุงระเบียบปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

v บริษัทจะจัดให้มีการฝึกอบรมสื่อสาร ให้ความรู้ต่อพนักงานเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน มาตรฐานและระเบียบที่บริษัทกำหนด พร้อมทั้งกระตุ้น และส่งเสริมให้ถือปฏิบัติอย่างจริงจัง

v บริษัทจะสนับสนุนให้มีการปรับปรุงสภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมให้มีความปลอดภัย รวมทั้งจัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอตามความเหมาะสม

v พนักงานทุกคนต้องให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามโครงการอาชีวอนามัย และความปลอดภัยของบริษัทและมีสิทธิในการเสนอความคิดเห็นในการปรับปรุงสภาพการทำงานและวิธีการทำงานให้ปลอดภัยตามช่องทางที่บริษัทกำหนด

v บริษัทจะทบทวนความเพียงพอความเหมาะสม ความมีประสิทธิผลของนโยบายบริษัท ระเบียบปฏิบัติและผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอเทียบกับข้อกำหนดมาตรฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงระบบตามความเหมาะสม และเป็นปัจจุบัน

 

นโยบายสิ่งแวดล้อม

บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขและป้องกันมลพิษที่เกิดจากกิจกรรมการทำงานของบริษัท และพร้อมที่จะ

ปรับปรุงพัฒนาระบบมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องรวมทั้งจะสนับสนุนให้พนักงานทุกคนได้ตระหนัก และมีส่วนร่วมในระบบบริษัทจึงกำหนดนโยบาย เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติดังต่อไปนี้

vบริษัทมุ่งมั่นที่จะป้องกันมลพิษที่เกิดจากกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัท และจะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

vบริษัทมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม

vบริษัทจะกำหนดให้มีการทบทวนวัตถุประสงค์และเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในการด้านการป้องกันมลพิษ และการใช้ทรัพยากร

vบริษัทจะอนุรักษ์พลังงานทรัพยากรธรรมชาติ และปรับปรุงการจัดการน้ำเสีย และขยะ

v บริษัทจะทบทวนความเพียงพอความเหมาะสม ความมีประสิทธิผลของนโยบายบริษัท ระเบียบปฏิบัติและผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอเทียบกับข้อกำหนดมาตรฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยจะดำเนิน การแก้ไขปรับปรุงระบบตามความเหมาะสม และเป็นปัจจุบัน

 

นโยบายเกี่ยวกับจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ

นโยบายจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ

นโยบายจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นการประมวลแบบแผนในการกำหนดขอบเขตมาตรฐานความประพฤติและพฤติกรรมที่บุคลากรทุกคนของบริษัทพึงกระทำในการดำเนินธุรกิจและการปฏิบัติงาน โดยมีรายละเอียดดังนี้

       ความซื่อสัตย์สุจริตในการบันทึกรายงานทางการเงิน

        •       ข้อมูลที่ลงบันทึกทางการเงินต้องเป็นจริง ชัดเจนตามเวลาที่แท้จริง และถูกต้อง การลงรายการต้องทำอย่างถูกต้องเหมาะสมและต้องมีเอกสารประกอบที่นำส่งจากผู้เกี่ยวข้องที่สุจริต

        •       การบันทึกต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของบริษัท

       ผลประโยชน์ทับซ้อน

        •       พนักงานต้องหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อนหรืออาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน และต้องแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาทันทีหากทราบว่าผลประโยชน์ของตนหรือครอบครัวอาจเป็นข้อขัดแย้งแห่งผลประโยชน์กับบริษัทได้

             ห้ามชักนำบริการของบริษัทคู่ค้าหรือผู้รับเหมาเข้ามารับบริการจากบริษัท โดยที่พนักงาน หรือครอบครัวของพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นหรือมีผลประโยชน์ทางการเงินอยู่ ยกเว้น ได้มีการแจ้งให้กับผู้บังคับบัญชาทราบแล้วและพนักงานไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอนการจัดซื้อจัดหาที่ดำเนินการอยู่

        •       ห้ามลงทุนในบริษัทคู่ค้าคู่แข่ง หรือลูกค้าของบริษัท ยกเว้นการได้มาซึ่งโดยการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ การใช้ทรัพย์สินและทรัพยากรของบริษัท

        •       พนักงานที่รับผิดชอบในการจัดซื้อจัดหาสินค้า และบริการจากผู้ขายหรือผู้ให้บริการต้องทำหน้าที่โดยมั่นใจในเรื่องคุณภาพในการให้บริการของบริษัทผู้เสนอและต้องจัดให้มีการแข่งขันอย่างเหมาะสมในการเสนอราคาและห้ามไม่ให้แสวงหาผลประโยชน์ใดๆ จากผู้ขาย หรือผู้ให้บริการ

 

 

       การให้และการเรียกรับสินบน และการทุจริต

        •       บริษัทจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องให้เรียก หรือรับสินบนในทุกๆ กรณี พนักงานที่ปฏิบัติงานในนามบริษัทต้องไม่เสนอให้หรือจ่ายเงินใดๆ ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ หรือเอกชนไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อมหรือเสนอให้ของกำนัล หรือสิ่งบันเทิงใดๆซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเป็นการจูงใจในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่หรือเพื่อให้เจ้าหน้าที่เอื้อประโยชน์อันมิชอบให้กับบริษัท

        •       บริษัทจะไม่ใช้บริการของคนกลางในกรณีที่มีข้อสงสัยว่าอาจเข้าไปข้องเกี่ยวกับการติดสินบนหรือการค้าขายที่ผิดกฎหมาย การว่าจ้างคนกลางจะทำได้เมื่อได้ประเมินความเหมาะสมการจ้างคนกลางต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บริหารที่มีอำนาจในการตัดสินใจ

        •       ค่าอำนวยความสะดวกเป็นการจ่ายเพียงครั้งเดียวและเป็นจำนวนเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เกิดความรวดเร็วหือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับการทำงาน ซึ่งเป็นการปฏิบัติอันเป็นปกติที่กระทำได้แต่ต้องเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ หรืออาจมีผลต่อความปลอดภัยของพนักงาน และบริษัทหรือเกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อธุรกิจของบริษัท

        •       ในกรณีที่ต้องมีการจ่ายค่าอำนวยความสะดวกพนักงานที่จ่ายเงินต้องทำรายงานเป็นหนังสือถึงเหตุผลในการจ่ายนั้นแจ้งจำนวนเงินที่จ่าย วันที่และผู้ที่รับเงินจำนวนนั้นทั้งนี้ให้พิจารณาถึงกฎหมายด้วยว่าสามารถทำได้ว่าการจ่ายค่าอำนวยความสะดวกได้หรือไม่

        •       การปฏิเสธของพนักงานที่จะให้สินบนการจ่ายเพื่อทุจริต การจ่ายค่าอำนวยความสะดวกไม่เป็นสาเหตุที่จะทำให้พนักงานถูกลงโทษ

       การบริจาคเพื่อการเมืองและการบริจาคเพื่อการกุศล

        •       บริษัทยึดถือนโยบายความเป็นการทางการเมืองและจะไม่บริจาคเงิน หรือทรัพย์สินให้พรรคการเมือง ผู้ได้รับเลือกตั้งหรือผู้สมัครเข้ารับตำแหน่งของรัฐ รวมถึงไม่สนับสนุนการรณรงค์ทางการเมือง

        •       การบริจาคเพื่อการกุศลของบริษัทให้กับองค์กรการกุศลหรือการบริจาคโดยตรงต้องมิใช่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในชุมชนที่ดำเนินธุรกิจอยู่

       ของขวัญ และสิ่งบันเทิง

        •       บริษัทจะไม่มีการเสนอให้ของขวัญการเลี้ยงรับรอง และความบันเทิงใดๆในกรณีที่กระทำเป็นจูงใจที่ไม่สมควรในการตัดสินใจที่เกี่ยวกับธุรกิจ ของขวัญการเลี้ยงรับรอง และความบันเทิงใดๆ ต้องไม่มากจนเกินกว่าธรรมเนียมปฏิบัติทางธุรกิจและต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัท

        •       ของขวัญที่ถูกเสนอให้กับพนักงานบริษัทพนักงานต้องไม่รับโดยเด็ดขาดในการเสนอให้ เงินเพื่อเป็นสินน้ำใจ การให้กู้ยืมหรือของกำนัลที่มีค่าที่เสนอให้โดยคู่ค้า หรือลูกค้าพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ ต้องไม่รับของกำนัลจากผู้ขาย หรือผู้ให้บริการการเลี้ยงรับรอง หรือการจัดความบันเทิง รวมถึงการมีส่วนร่วมให้งานแสดงสินค้าซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากผู้ขาย หรือผู้ให้บริการสามารถยอมรับได้เมื่อได้แจ้งและได้รับอนุมัติแล้ว

        •       การรายงานและการเลี้ยงรับรองของบริษัท พนักงานบริษัทต้องรายงานและได้รับอนุมัติจากผู้บริหารก่อนที่จะรับของขวัญ

        •       การให้ของขวัญหรือเลี้ยงรับรองที่บริษัทเสนอให้กับลูกค้า หรือผู้เกี่ยวข้องทางธุรกิจต้องได้รับอนุมัติจากผู้บริหารก่อน

        •       การเลี้ยงรับรองหรือการจ่ายสำหรับการเดินทาง และที่พักให้กับเจ้าหน้าที่ หรือคู่ค้าอื่นๆในกรณีบริษัทเป็นเจ้าภาพ หรือเพื่อเยี่ยมเยือนบริษัทต้องได้รับอนุมัติจากผู้บริหารก่อน

การดำเนินธุรกิจและการแข่งขันอย่างเป็นธรรม

        •       บริษัทจะดำเนินธุรกิจบนหลักการการแข่งขันอย่างเป็นธรรมจะไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการตกลงร่วมกับบริษัทคู่แข่งเพื่อให้มีการเอนเอียงหรือโน้มน้าวให้เกิดกลไกของตลาดไม่เหมาะสมในการดำเนินธุรกิจ

        •       บริษัทจะดำเนินธุรกิจโดยการปฏิบัติตามกฎหมายของแต่ละประเทศอย่างเคร่งครัดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทมีความหลากหลาย และซับซ้อน พนักงานจำเป็นต้องทราบกฎต่างๆที่เกี่ยวข้องกับบริษัท

ข้อมูลอันเป็นความลับ

        •       บริษัทจะดูแลและป้องกันข้อมูลอันเป็นความลับที่ได้รับจากลูกค้าและบุคคลอื่นในระหว่างการทำธุรกิจและมีมาตรการอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันข้อมูลที่อาจถูกเปิดเผยโดยไม่เจตนา

        •       บริษัทเคารพความเป็นส่วนตัวและข้อมูลอันเป็นความลับส่วนบุคคลของพนักงานและจะเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวของพนักงาน ของลูกค้าและคู่ค้าภายในขอบเขตที่จ้องทำสำหรับการดำเนินธุรกิจ และเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายพนักงานไม่สมควรเข้าไปดูข้อมูลส่วนตัวของพนักงานผู้อื่นในบริษัทหรือข้อมูลที่เป็นความลับ เว้นแต่เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่ชอบด้วยกฎหมาย

        •       พนักงานต้องรักษาความลับของบริษัทและข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานคนอื่น และต้องไม่เปิดเผยหรือพูดคุยในเรื่องที่ไม่สมควร

 

นโยบายสิทธิในการใช้ที่ดินและการประกอบกิจการ

ด้วยบริษัทมีความตระหนักถึงการใช้สิทธิ์ในที่ดินและการประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บริษัทจึงกำหนดนโยบายเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติดังต่อไปนี้

v บริษัทจะดำเนินกิจการรวมถึงการใช้สิทธิ์ในที่ดินใบอนุญาต และการได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

v บริษัทมีความตระหนักถึงกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศและข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน

v บริษัทจัดให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโฉนดที่ดิน

v บริษัทจัดให้ขั้นตอนการดำเนินงานเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินโดยอ้างอิงจากความยินยอมที่ได้รับแจ้ง(freePrior and Informed and consent = FPIC) รวมถึงกลไกการร้องทุกข์ครอบคลุมสิทธิในที่ดิน

v ในกรณีมีการขยายหรือก่อสร้างขึ้นใหม่ บริษัทจะให้การชดเชยแก่เจ้าของ /ผู้ให้เช่าที่ดินก่อนที่สถานที่นั้นจะถูกสร้างหรือขยายขึ้นตามความเหมาะสม

1.3                           การบริหาร

ผู้แทนฝ่ายบริหารด้านความรับผิดชอบทางสังคม และสิทธิมนุษยชนเป็นผู้แทนที่บริษัทแต่งตั้งจากผู้บริหารระดับสูงโดยมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบดังต่อไปนี้

v กำกับดูแลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคม

v รายงานผลการดำเนินงานของระบบการจัดการมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคมต่อผู้บริหารหรือคณะกรรมการเพื่อทบทวนและเพื่อให้มีการปรับปรุงระบบการจัดการตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง

v ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆและส่งเสริมให้มีความตระหนักในการปฏิบัติตามมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการดำเนินงาน

v ประสานงานกับหน่วยงานภายนอกในเรื่องเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคม กฎหมาย และระเบียบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

1.4                           การสื่อสาร

บริษัทมีการสื่อสารภายในบริษัทซึ่งเกี่ยวกับกระบวนการปฏิบัติงานรวมถึงการสื่อสารภายนอกในการจัดการความรับผิดชอบทางสังคม เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระบบ

1.5                           การทบทวนของฝ่ายบริหาร

บริษัทได้กำหนดให้มีการประชุมทบทวนระบบการจัดการด้านความรับผิดชอบทางสังคมโดยฝ่ายบริหารอย่างน้อยปีละ1 ครั้ง หรือตามความจำเป็นที่เหมาะสมเพื่อประเมินประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของระบบการจัดการรวมถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงระบบการจัดการ นโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานด้านความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท

1.6                           ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการทบทวน

ข้อมูลที่นำเข้าในวาระการประชุมเป็นการแสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานในปัจจุบันและสิ่งที่ต้องดำเนินการปรับปรุงอย่างน้อย

v รายงานการประชุมทบทวนครั้งที่ผ่านมาและความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหา

v รายงานผลการตรวจติดตามภายในระบบการจัดการด้านความรับผิดชอบทางสังคมและผลการตรวจประเมินระบบการจัดการโดยหน่วยงานภายนอก

v ข้อร้องเรียน

v ผลการแก้ไขป้องกันปัญหาและการปรับปรุงระบบการจัดการ

v การประเมินประสิทธิผลของระบบการจัดการตามนโยบายและวัตถุประสงค์ และเป้าหมายด้านความรับผิดชอบทางสังคม

v การทบทวนเอกสารระบบการจัดการและนโยบาย รวมถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง

v การเปลี่ยนแปลงนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง และแผนงานของบริษัท

v แผนการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร

1.7                           การควบคุมบันทึก

เพื่อใช้ในการควบคุมบันทึกการจัดการด้านความรับผิดชอบทางสังคมแสดงถึงเอกสารหลักฐานความสอดคล้องกับข้อกำหนด และกฎหมายและการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของระบบการจัดการโดยจะมีการควบคุมการชี้บ่ง การทำดัชนี การเรียกค้น การจัดเก็บ การเก็บรักษาเพื่อป้องกันการเสียหายกำหนดระยะเวลาการจัดเก็บและการทำลาย เพื่อให้สะดวกต่อการค้นหานำมาใช้งานและอ้างอิง

บันทึกการจัดการที่เป็นความลับจะได้รับการควบคุม ไม่อนุญาตให้เปิดเผยหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตส่วนในกรณีการทำลายจะใช้วิธีการที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก

1.8                           ผู้ส่งมอบผู้รับเหมาช่วง และผู้ที่รับงานไปทำที่บ้าน

v บริษัทไม่มีนโยบายการใช้ผู้รับเหมาช่วงและผู้ที่รับงานไปทำที่บ้าน แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้บริษัทจะแจ้งการใช้ให้ลูกค้าที่เกี่ยวข้องรับทราบและทำข้อตกลงยอมรับการใช้ร่วมกับลูกค้าที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะมีการทำงาน

v บริษัทได้จัดทำและคงไว้ซึ่งขั้นตอนการประเมิน และคัดเลือกผู้ส่งมอบ ผู้รับเหมาช่วงและผู้ที่รับงานไปทำที่บ้าน

v บริษัทจะให้ผู้ส่งมอบผู้รับเหมาช่วง และผู้รับงานไปทำที่บ้านแสดงความมุ่งมั่นเป็นลายลักษณ์อักษรที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดของมาตรฐาน

v บริษัทจะให้ผู้ส่งมอบผู้รับเหมาช่วง และผู้รับงานไปทำที่บ้านแจ้งให้ทราบกรณีที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับผู้ส่งมอบ ผู้รับเหมาช่วงและผู้รับงานไปทำที่บ้านรายอื่นๆ ในกิจกรรมที่ต้องรับผิดชอบต่อบริษัท

v บริษัทจะบันทึกและเก็บหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรฐานของผู้ส่งมอบ ผู้รับเหมาช่วงและผู้รับงานไปที่บ้าน

 

2. แรงงานบังคับ

บริษัทจะไม่เกี่ยวข้อง หรือสนับสนุนการใช้แรงงานบังคับ เช่นแรงงานทาส หรือสภาพเยี่ยงทาส แรงงานติดหนี้ และจะไม่กำหนดให้พนักงานวางเงินประกันหรือเอกสารแสดงตนใดๆในการเข้าทำงานกับบริษัท

 

3. เสรีภาพในการสมาคม และการเจรจาต่อรอง

v บริษัทเคารพในสิทธิของพนักงานทุกคนที่จะก่อตั้งและเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งเคารพสิทธิในการเจรจาต่อรองของกลุ่ม

v บริษัทจะให้การรับรองว่าผู้แทนลูกจ้างที่ได้รับการสรรหา คัดเลือก จากฝ่ายลูกจ้างจะได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกับลูกจ้างคนอื่นๆ

 

4. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน

v บริษัทได้จัดให้มีสภาวะแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะและได้จัดทำวิธีการเตรียมการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย วิธีการรายงานและสอบสวนอุบัติเหตุเพื่อใช้ในการป้องกันอุบัติเหตุและการบาดเจ็บต่อสุขภาพที่เกิดขึ้นทั้งที่เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน โดยการลดสาเหตุของอันตรายในสภาวะแวดล้อมของการทำงาน

v บริษัทได้แต่งตั้งผู้รับผิดชอบซึ่งเป็นตัวแทนผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบดูแลสุขภาพ และความปลอดภัยของพนักงานทุกคนและรวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัยในการทำงาน

v บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมให้กับพนักงานทุกระดับเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนได้รับการอบรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานทั้งพนักงานใหม่ และมีการทบทวนซ้ำให้กับพนักงานเก่าอย่างน้อยปีละ1 ครั้ง

v บริษัทจัดให้มีการชี้บ่งและประเมินความเสี่ยง เพื่อเป็นการค้นหาหรือตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่มีแนวโน้มเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานทั้งหมด

v บริษัทได้จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับพนักงานเช่น น้ำดื่มที่สะอาด ห้องน้ำ ห้องส้วมที่สะอาด และเพียงพอรวมถึงที่รับประทานอาหาร และที่เก็บอาหาร เป็นต้น

 

5. เด็ก และแรงงานผู้เยาว์

v บริษัทจะไม่จ้างเกี่ยวข้อง หรือสนับสนุนให้มีการใช้แรงงานเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี

v ในกรณีถ้ามีการใช้แรงงานผู้เยาว์บริษัทจะไม่ให้แรงงานผู้เยาว์อยู่ในสภาวะที่เป็นอันตราย ไม่ปลอดภัยหรือไม่ถูกสุขอนามัย

v ในกรณีถ้ามีการใช้แรงงานผู้เยาว์บริษัทจะขึ้นทะเบียน และดูแลการทำงานของผู้เยาว์ให้เป็นไปตามกฎหมาย

v ในกรณีถ้าพบว่ามีการจ้างแรงงานเด็กที่มีอายุต่ำกว่า15 ปีทางบริษัทมีแนวทางในการดำเนินการเยียวยาดังต่อไปนี้

o  ระงับการทำงานทันที

o  จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย

o  ส่งเสริมและสนับสนุนให้ได้รับการศึกษาอย่างน้อยภาคบังคับ

o  ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครอบครัวมีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต เช่น อนุญาตให้ผู้ใหญ่ในครอบครัวมาทำงานแทนหรืออนุญาตให้ครอบครัวเปิดร้านขายของภายในบริษัท เป็นต้น

o  เมื่อพนักงานพ้นสภาพเด็กจะรับกลับเข้าทำงานตามปกติ

 

6. ค่าจ้าง และสวัสดิการ

v บริษัทกำหนดค่าจ้าง/ เงินเดือนให้กับพนักงานโดยคำนึงถึงความสามารถประสบการณ์ และความชำนาญในหน้าที่นั้นๆ เป็นหลัก โดยมิได้คำนึงถึงเชื้อชาติสัญชาติ ชนชั้นวรรณะ ศาสนา ความพิการ เพศ ความเป็นสหภาพ รสนิยมทางเพศความคิดเห็นทางการเมือง และอายุ

v บริษัทกำหนดค่าจ้างให้กับพนักงานอย่างน้อยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งอัตราค่าจ้างขั้นต่ำถูกกำหนดโดยคณะกรรมการค่าจ้าง ซึ่งกำหนดจากปัจจัยต่างๆหลายประการ ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการขั้นพื้นฐานของพนักงานได้อย่างเพียงพอ

v ในการจ่ายค่าจ้าง/ เงินเดือน ค่าล่วงเวลา และผลประโยชน์อื่นๆบริษัทจะจัดให้มีการจัดทำทะเบียนการจ่ายค่าจ้าง /เงินเดือนไว้ โดยมีการแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับค่าจ้าง /เงินเดือน ค่าล่วงเวลา และผลประโยชน์อื่นๆ ไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งบริษัทจะไม่มีการหักค่าจ้าง /เงินเดือนของพนักงานนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด และด้วยเหตุเพราะถูกลงโทษทางวินัย

v บริษัทจะจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดวันลาตามที่กฎหมายกำหนด

 

7. ชั่วโมงการทำงาน

v บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับชั่วโมงการทำงาน โดยชั่วโมงการทำงานปกติต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์และเมื่อรวมชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาแล้วต้องไม่เกิน 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

v บริษัทจะจัดให้พนักงานมีวันหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อย1 วันในทุกสัปดาห์

v สำหรับการทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุด บริษัทจะจ่ายในอัตราพิเศษตามข้อกำหนด ของมาตรฐาน และกฎหมาย

v บริษัทไม่มีนโยบายให้พนักงานทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด เว้นแต่มีเหตุจำเป็นต้องทำงานล่วงเวลาโดยได้รับความยินยอมจากพนักงาน

v บริษัทจัดให้มีเวลาพักระหว่างวันอย่างน้อย1 ชั่วโมงหลังจากที่พนักงานทำงานติดต่อกันมาไม่เกิน 5 ชั่วโมงยกเว้นแรงงานผู้เยาว์ และในกรณีมีการทำงานล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง บริษัทจะจัดเวลาพักอย่างน้อย 20 นาทีก่อนทำงานล่วงเวลาให้กับพนักงาน

v บริษัทจะจัดวันหยุดและวันลาตามที่กฎหมายกำหนด

 

8. การเลือกปฏิบัติ

v บริษัทจะไม่เกี่ยวข้องหรือสนับสนุนการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การจ่ายค่าจ้าง และค่าตอบแทนการเลื่อนตำแหน่ง การเลิกจ้าง หรือการเกษียณ บนพื้นฐานของความแตกต่างในเรื่องอายุเพศ เชื้อชาติ ชาติกำเนิด ศาสนา ภาษา ความพิการ รสนิยมทางเพศ ความเป็นสหภาพแรงงานหรือความคิดเห็นทางการเมือง

v บริษัทจะปฏิบัติต่อพนักงานชาย และหญิงด้วยความเสมอภาค เว้นแต่ลักษณะ หรือสภาพของงานไม่อาจปฏิบัติเช่นนั้นได้

v บริษัทจะไม่ขัดขวางแทรกแซงกิจกรรมของพนักงานที่ถือปฏิบัติตามหลักความเชื่อหรือความจำเป็นทางเชื้อชาติ วรรณะ ชาติกำเนิด ศาสนา ความพิการ เพศ รสนิยมทางเพศความเป็นสหภาพ และความคิดเห็นทางการเมือง

 

9. สภาพการจ้าง

v บริษัทจะไม่เกี่ยวข้องต่อการกำหนดเงื่อนไขการจ้างงานสภาพการจ้างที่ขัดกับกฎหมาย หรือหลักสากล

v บริษัทจะกำหนดสัญญาจ้างงานที่มีเงื่อนไขที่เป็นธรรมต่อลูกจ้างไม่หลีกเลี่ยงโดยดำเนินการจ้างงานแรงงานจ้างเหมา ผู้รับเหมาช่วงแรงงานที่นำไปทำที่บ้านหรือภายใต้สัญญาฝึกแรงงานเพียงเพื่อจะหลีกเลี่ยงสัญญาจ้างตามปกติ หรือไม่มีเจตนาจริงในการให้ความรู้หรือสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะผูกพัน

 

10.                                           การล่วงละเมิด

v ห้ามให้มีการล่วงละเมิดทางกายภาพหรือการลงโทษทางร่างกาย

v ห้ามให้มีการคุกคามทางร่างกายล่วงละเมิดทางเพศ หรือการละเมิดอื่นๆ และการล่วงละเมิดวาจา หรือรูปแบบอื่นๆ ของการข่มขู่

 

11.                                           สิทธิในการทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

v เฉพาะพนักงานที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้นที่จะได้รับการจ้าง

v พนักงานทุกคนรวมถึงพนักงานของบริษัทรับเหมาแรงงานต้องถูกตรวจสอบโดยบริษัทเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายในการเข้ามาทำงาน

v มีการทวนสอบเอกสารต้นฉบับของผู้ที่มาสมัครงาน

v พนักงานต่างด้าวของผู้รับจ้างช่วงต้องมีการขึ้นทะเบียนที่ถูกต้อง

v มีกระบวนการในการควบคุมผู้รับจ้างช่วงว่ามีการปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมาย

 

12.                                           สิ่งแวดล้อม

v บริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดขั้นต่ำของกฎหมายทั้งของประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม

v บริษัทจะแสดงให้เห็นได้ว่ามีใบอนุญาตทั้งการใช้ทรัพยากร และการกำจัด เช่น น้ำเสีย และขยะเป็นต้น

v บริษัทจะแสดงให้เห็นถึงความตระหนักถึงมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของลูกค้าและมีระบบในการติดตามการดำเนินการให้บรรลุต่อกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม

v บริษัทจะตระหนักถึงผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกระบวนการของสถานประกอบการ

v บริษัทจะมีการประเมินผลกระทบรวมถึงการบันทึกอย่างต่อเนื่อง และทบทวนเป็นประจำเกี่ยวกับการใช้ และการปล่อยออกของทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การใช้พลังงาน การใช้น้ำ  (ไฟฟ้า ก๊าซ พลังงานทดแทน น้ำ น้ำทิ้ง) เป็นต้น

v บริษัทจะมีการติดตามการปรับปรุงกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องให้เป็นปัจจุบัน

v บริษัทจะกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมครอบคลุมปัญหาและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสื่อสารให้กับผู้เกี่ยวข้องรวมถึงผู้ส่งมอบ

v บริษัทจะมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม

v บริษัทกำหนดให้มีผู้รับผิดชอบเพื่อประสานงานในการนำระบบไปปฏิบัติและปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม

v บริษัทจัดให้มีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นลายลักษณ์อักษรรวมถึงเอกสารรับรองด้านสิ่งแวดล้อม

 

 

13.                                           จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ

v บริษัทมีการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมปราศจากการติดสินบน การทุจริต หรือการหลอกลวง

v การดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างน้อยที่สุดต้องสอดคล้องข้อกำหนดของกฎหมายเกี่ยวกับการติดสินบน การทุจริต หรือการหลอกลวง

v บริษัทได้จัดให้มีนโยบายจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการต่อต้านการให้สินจ้างและรับสินบน ทุจริต การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม

v บริษัทกำหนดให้มีช่องทางที่โปร่งใสเพื่อการรายงานอย่างเป็นความลับและจัดการ การดำเนินธุรกิจอย่างไม่มีจริยธรรม โดยปราศจากการตอบโต้กลั่นแกล้งผู้รายงาน

v บริษัทกำหนดให้มีผู้รับผิดชอบในการนำระบบไปปฏิบัติ

v บริษัทจะจัดให้มีการสื่อสารต่อผู้เกี่ยวข้อง

v พนักงานที่อำนาจหน้าที่ในระดับตำแหน่งที่มีความเสี่ยงสูงเช่น งานขาย งานจัดซื้อ งานขนส่ง เป็นต้นจะได้รับการสื่อสารหรืออบรมเกี่ยวกับหลักจริยธรรม และการดำเนินการในสถานการณ์หรือปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นเป็นประจำ